เช็กลิสต์ 32 ข้อ ก่อนเซ็นสัญญาโปรแกรมคลินิก

เอาคำถามชุดเดียวกันไปถามทุกเจ้า แล้ววางคำตอบข้าง ๆ กัน ความแตกต่างจะชัดกว่าการอ่านโบรชัวร์

หน้าจอโปรแกรมคลินิกที่ใช้ประกอบการตรวจเช็กลิสต์ฟีเจอร์ก่อนตัดสินใจซื้อ

วิธีเทียบโปรแกรมคลินิกที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การอ่านโบรชัวร์ แต่คือการถามคำถามชุดเดียวกันกับทุกเจ้า แล้ววางคำตอบเรียงข้างกัน เพราะโบรชัวร์เขียนโดยคนขาย แต่คำตอบต่อคำถามเฉพาะเจาะจงเลี่ยงไม่ได้

พิมพ์รายการนี้ไปด้วยตอนคุยเดโม และจดคำตอบทันที ไม่ใช่จำแล้วมาจดทีหลัง

หมวด 1 — งานหน้าเคาน์เตอร์ (5 ข้อ)

หมวดนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าตกหมวดนี้ ระบบจะไม่ถูกใช้ไม่ว่าฟีเจอร์อื่นดีแค่ไหน

  1. ลูกค้า walk-in ที่ไม่ได้นัด เปิดบิลและเริ่มงานได้ในกี่คลิก
  2. พนักงานใหม่ที่ไม่เคยเห็นระบบ ต้องเทรนนานเท่าไหร่จึงรับลูกค้าเองได้
  3. ค้นหาลูกค้าเก่าจากชื่อบางส่วนหรือเบอร์โทรสี่ตัวท้ายได้ไหม
  4. ถ้าอินเทอร์เน็ตหลุดกลางวัน ระบบทำอะไรได้บ้าง และข้อมูลที่ค้างอยู่หายหรือไม่
  5. หน้าจอเดียวเห็นคิววันนี้ทั้งหมดของทุกแพทย์และทุกห้องพร้อมกันได้ไหม

หมวด 2 — นัดหมายและการจอง (4 ข้อ)

  1. เช็คคิวว่างของแพทย์และห้องบริการพร้อมกันไหม หรือดูแค่ตารางแพทย์
  2. ลูกค้าจองเองผ่านลิงก์หรือ LINE ได้ไหม โดยไม่ต้องรอพนักงานตอบ
  3. แจ้งเตือนนัดส่งอัตโนมัติผ่านช่องทางใด ตั้งเวลาส่งได้เองไหม
  4. เลื่อนนัดแล้วประวัติการเลื่อนยังอยู่ไหม เพื่อดูว่าลูกค้าคนไหนเลื่อนบ่อย

หมวด 3 — เวชระเบียนและ OPD (5 ข้อ)

  1. เขียนบันทึกการรักษาในห้องตรวจบน iPad ได้ไหม หรือต้องกลับมาพิมพ์ที่เคาน์เตอร์
  2. ค้นหาข้อความในเนื้อบันทึกเก่าได้ไหม ไม่ใช่ค้นได้แค่ชื่อไฟล์
  3. แนบภาพก่อน–หลัง แล้วเทียบสองภาพข้างกันในระบบได้ไหม
  4. มีรหัสวินิจฉัย ICD-10 ให้ค้นในระบบ หรือต้องเปิดเอกสารข้างนอก
  5. ออกใบรับรองแพทย์จากประวัติที่บันทึกไว้ได้ไหม โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่

หมวด 4 — การเงินและการรับชำระ (5 ข้อ)

  1. ปิดการขายจากรายการเดียวกับที่บันทึกในแฟ้มไหม หรือต้องคีย์ซ้ำ
  2. รับมัดจำแล้วตัดยอดจากบิลจริงภายหลังได้ไหม
  3. คิดค่ามือแพทย์ (DF) และค่าคอมพนักงานให้อัตโนมัติจากรายการที่ปิดจริงไหม
  4. ยกเลิกใบเสร็จที่ทำผิด ทำได้และเหลือร่องรอยให้ตรวจย้อนไหม
  5. ออกใบเสร็จในชื่อบริษัทของลูกค้าแทนชื่อบุคคลได้ไหม

หมวด 5 — คอร์สและสมาชิก (4 ข้อ)

  1. ตัดครั้งคอร์สแล้วเก็บประวัติแยกทีละครั้งว่าใครตัด เมื่อไหร่ ที่สาขาไหน
  2. แชร์สิทธิ์คอร์สให้คนในครอบครัวได้ไหม และจำกัดจำนวนคนได้ไหม
  3. ต่ออายุคอร์สที่หมดเวลาได้ไหม โดยประวัติเดิมไม่หาย
  4. ดูได้ไหมว่าตอนนี้คลินิกมีภาระคอร์สค้างส่งมอบรวมมูลค่าเท่าไหร่

ข้อ 23 เป็นข้อที่คนถามน้อยที่สุดแต่สำคัญต่อการวางแผนเงินสด เพราะคอร์สที่ขายแล้วยังไม่ได้ให้บริการคือหนี้ที่ต้องส่งมอบ ไม่ใช่กำไรที่เกิดแล้ว

หมวด 6 — สิทธิ์การเข้าถึงและความปลอดภัย (4 ข้อ)

  1. กำหนดได้ไหมว่าพนักงานตำแหน่งใดเห็นข้อมูลอะไรได้ เช่น ให้เห็นคิวแต่ไม่เห็นยอดเงิน
  2. มีบันทึกว่าใครเข้าดูหรือแก้ประวัติคนไข้คนไหนเมื่อไหร่ (audit log) ไหม
  3. ข้อมูลเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ในฝ่ายผู้ให้บริการ และสำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน
  4. รองรับการทำตาม PDPA อย่างไร เช่น ลูกค้าขอดูหรือขอลบข้อมูลตัวเองต้องทำอะไร

หมวดนี้มักถูกข้ามเพราะฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่เป็นหมวดเดียวที่ผิดแล้วแก้ย้อนหลังไม่ได้ ดูว่า Dr.Ease จัดการเรื่องสิทธิ์และการเข้ารหัสข้อมูลอย่างไรได้ที่หน้าฟีเจอร์

หมวด 7 — รายงานสำหรับเจ้าของ (3 ข้อ)

  1. ดูยอดแยกสาขาและรวมทั้งเครือในหน้าเดียวได้ไหม
  2. รู้ได้ไหมว่าหัตถการไหนทำกำไรจริงหลังหักต้นทุนเวชภัณฑ์และ DF
  3. กรองได้ไหมว่าลูกค้าคนไหนควรตามกลับ เช่น คอร์สเหลือน้อยหรือหายไปนาน

หมวด 8 — สัญญาและทางออก (2 ข้อ)

  1. ถ้าเลิกใช้ ดึงข้อมูลออกได้ในรูปแบบไหน ภายในกี่วัน มีค่าใช้จ่ายไหม
  2. ขึ้นราคาได้เมื่อไหร่ แจ้งล่วงหน้ากี่วัน และมีเพดานไหม

สองข้อสุดท้ายคือข้อที่คนถามน้อยที่สุด และเป็นข้อที่เจ็บที่สุดถ้าไม่ได้ถาม เพราะเวชระเบียนของคลินิกคือทรัพย์สินที่ย้ายออกยากที่สุด

วิธีใช้เช็กลิสต์นี้ให้ได้ผล

อย่าถามด้วยคำถามปิด ถ้าถามว่า “ระบบทำ X ได้ไหม” คำตอบจะเป็น “ได้” เกือบทุกครั้ง ให้ถามว่า “ขอดูว่าทำ X อย่างไร” แล้วให้เขากดให้ดูสด ๆ ความต่างระหว่าง “ได้” กับ “ได้แต่ต้องทำสามขั้น” จะโผล่ตรงนี้

ให้พนักงานที่จะใช้จริงเป็นคนกด ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้จัดการ คนที่รับลูกค้าทุกวันจะเจอปัญหาที่คนอื่นมองไม่เห็นภายในสิบนาที

ทดลองด้วยเคสที่ยุ่งที่สุดของคลินิกคุณ ไม่ใช่เคสมาตรฐาน เช่น ลูกค้าเดินเข้ามาไม่ได้นัด ใช้คอร์สที่เหลือสองครั้ง ขอเพิ่มหัตถการหนึ่งรายการ จ่ายด้วยบัตรครึ่งหนึ่งกับเงินสดครึ่งหนึ่ง แล้วขอใบเสร็จแยกชื่อบริษัท ถ้าระบบผ่านเคสนี้ได้ลื่น เคสทั่วไปไม่มีปัญหา

จดคำตอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับข้อ 24–32 หมวดที่เกี่ยวกับความปลอดภัย สัญญา และการดึงข้อมูลออก ควรมีเป็นอีเมลหรือเอกสาร ไม่ใช่คำพูดในห้องประชุม

ขั้นต่อไป

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรให้น้ำหนักข้อไหนมากกว่ากัน อ่านคู่มือเลือกโปรแกรมบริหารคลินิก ซึ่งเรียงลำดับความสำคัญไว้ให้ และถ้ากำลังเทียบงบ ดูโครงสร้างต้นทุนทุกก้อน ประกอบ

อยากลองเคสยาก ๆ ของคลินิกคุณกับระบบที่ครอบทั้งแปดหมวดนี้ ดูฟีเจอร์ทั้งหมด หรือเทียบแพ็กเกจ ได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ควรขอทดลองใช้กี่วันจึงพอ

อย่างน้อยควรครอบคลุมหนึ่งสัปดาห์ที่มีทั้งวันคิวแน่นและวันคิวเบา เพราะปัญหาการใช้งานจริงโผล่ตอนคิวแน่นเท่านั้น และควรให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เป็นคนลองเอง ไม่ใช่เจ้าของลองแทน

ถ้าผู้ขายไม่ยอมตอบบางข้อ ควรทำอย่างไร

ข้อที่ตอบไม่ได้ให้จดไว้เป็นความเสี่ยงและถามซ้ำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะข้อเรื่องการดึงข้อมูลออกและเงื่อนไขการขึ้นราคา ถ้ายังไม่ได้คำตอบชัดในรูปแบบที่อ้างอิงได้ นั่นคือคำตอบอยู่แล้ว

อยากให้คลินิกโตขึ้นแบบมีระบบ?

ทีม Dr.Ease ระบบคลินิกครบวงจร ช่วยเพิ่มรายได้ ลดงาน และดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี →
TikTok
Instagram
LINE
Facebook